ครั้งแรกของครั้งสุดท้าย

posted on 20 Feb 2012 20:44 by alicednonny  directory Fiction
วันเวลาเคยว่าช่างเชื่องช้า
บัดนี้มาเดินไวจนใจหาย
ทั้งเหตุการณ์รอบข้างมากลับกลาย
จวนแยกย้ายจากกันอีกชั่วคืน
 
ทั้งคำพูดสวยงามที่ตราตรึง
จะลึกซึ้งปานใดไม่อาจฝืน
ไม่มีใครคนใดที่จะยืน
ไม่ไปอื่นคงอยู่นิจนิรันดร์
 
ร้อยเรื่องราวเรื่องเราเราร่วมรู้
เรื่องหดหู่ซาบซึ้งถึงขบขัน
ทุกเรื่องราวเหล่านี้ไม่ต่างกัน
ตรงที่มันเป็นเรื่องเล่าในวันวาน
 
ทั้งสมุดใช้จดมิตรภาพ
กวีกาพย์กลอนใดใครขับขาน
ดอกกุหลาบหลากสีที่เบ่งบาน
จะอยู่นานหรือไม่ในใจเรา
 
ยังรูปถ่ายใส่กรอบตั้งในตู้
ไว้เหลียวดูยามใจนี้เปลี่ยวเหงา
มิตรภาพทอดยาวใต้ร่มเงา
ของต้นเสาแขวนธงที่โรงเรียน
 
ยินคำครูอาจารย์เคยสั่งสอน
แต่กาลก่อนครั้งยังไม่เกษียณ
ทั้งคำดุคำว่าคำติเตียน
ที่พากเพียรปั้นคนให้เป็นคน
 
อีกบทเพลงของเพื่อนเคยร่วมร้อง
ท่วงทำนองโปรปรายดังสายฝน
คอยประพรมหัวใจของทุกคน
ล้วนไหลล้นออกมาจากหัวใจ
 
ในวันนี้ที่เราจำต้องห่าง
คนละทางต่างกันที่ไปไหน
แต่ละคนมีทางก้าวย่างไป
ไม่มีใครคนใดที่หยุดยืน
 
มือที่กุมกันไว้ต้องคลายออก
ดังที่บอกยากนักหากจะฝืน
ช่วงเวลาผ่านไปไม่หวนคืน
จะหยิบยื่นคำลาให้แก่เรา
 
ถึงฝ่ามือสองข้างจะว่างเปล่า
ยังยินข่าวเรื่องราวไม่เปลี่ยวเหงา
จากเพื่อนรักเพื่อนแท้ในวัยเยาว์
ถึงเพื่อนเก่าเพื่อนแก่คบแค่ตาย
 
 
 
 
 
 
อลิซ

"แชร์รูปด้วยนะคะ ช่วยกันแท็กต่อ ในการแท็ก 1 ครั้ง/1คน = 30 cent ช่วยหนูน้อยผู้น่าสงสารด้วยนะคะ"

ง่ายๆเพียงแค่คุณแท็กภาพนี้ต่อไปอีกเพียง 5 คน แล้วถ้าอีก 5 คนนั้นแท็กต่อไปเรื่อยๆแค่เพียง 10 รอบ

ก็จะมีคนถูกแท็ก/แชร์บนรูปนี้

5x5x5x5x5x5x5x5x5x5 = 5กำลัง10 = 9,765,625 คน

จากที่บอกไว้ว่าจะจ่ายให้ 30 เซน ต่อการแท็ก 1 ครั้ง ดังนั้นหนูน้อยผู้น่าสงสารก็จะได้รับเงิน

9,765,625 x 30 = 292,968,750  เซน

หรือเท่ากับ 2,929,687.5 ดอลล่าร์

และถ้าเป็นไปตามนี้จริงเด็กคนนี้ก็สามารถซื้อ Bugatti veyron ซึ่งเป็นรถที่มีราคา 2,400,000 ดอลล่าร์ขับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างโก้ๆได้เลย

 

บริ้ง !

 

 

เห็นมั้ยล่ะคะ เพียงแค่แท็กรูปง่ายๆแค่นี้ เราก็สามารถช่วยหนูน้อยผู้น่าสงสารคนนี้ได้แล้ว นี่ขนาดแค่เราแท็กเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ถ้าเราแท็ก 10,30,50,100 หรือ 1,000 คนแล้ว

คิดดูซิว่าหนูน้อยคนนี้จะได้รับเงินมากมายขนาดไหน เป็นการทำบุญที่สะดวกรวดเร็วดีมั้ยล่ะคะ

ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ใดๆ ไม่ต้องมีสติปัญญา ไม่ต้องมีวิจารณญาณ

ขอเพียงแค่ท่านมีความใจบุญเท่านั้นเอง : )

 

 

สุดท้าย อย่าทำตัวเป็นคนใจบุญจนหลงเป็นคนโง่



              อลิซ&เต้าฮวย(สุดหล่อ)

ขอให้ท่านอย่าทะเลาะกับคุณแม่ที่ถือมีด

12/02/55

ออกเล

posted on 06 Feb 2012 19:43 by alicednonny  directory Fiction
วันนี้ก็ 6 กุมภาพันธ์
อีกไม่ถึงสิบวันก็เริ่มสอบปลายภาคเรียนที่สองแล้ว
 
ลองย้อนนึกดูถึงช่วงเวลานี้ในปีที่แล้ว
ตอนนั้นฉันยังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก
เป็นช่วงเวลาใกล้สอบไล่เหมือนกัน
ฉันกำลังมีความสุขกับเพื่อน แต่ก็แอบโศกเศร้าด้วยในเวลาเดียวกัน
เพื่อนที่ฉันรัก ที่เราจะต้องแยกย้ายกันไปเรียนกันคนละสถาบัน
คนละจังหวัด คนละภูมิภาค
ตอนนั้นฉันได้แต่เพียงภาวนา ไม่ได้ขอให้หยุดเวลาไว้
แต่ขอแค่ให้มีเวลามากกว่านี้อีกสักหน่อย อีกสักสัปดาห์ก็ยังดี
ยังมีอะไรตั้งหลายอย่างที่ฉันกับเพื่อนๆอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ
 
แต่เมื่อถึงทางแยก เราก็ต้องแยกจากกันไปตามทางที่แต่ละคนจะเดิน
ต่างคนต่างเดินไปตามทางแยกของตัวเอง
 
เพื่อนๆของฉันเวลาไปอยู่ที่อื่นย่อมไม่ได้ทำตัวเหมือนอยู่ที่บ้าน
ทุกๆคนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนการดำเนินชีวิต ปรับทัศนคติ
ปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานที่ที่ตนไปใช้ชีวิตอยู่ในช่วงนั้น
เปลี่ยนแปลงและเติบโตไปตามประสบการณ์
ต้องพบปะกับเพื่อนใหม่ๆ งาน วิชาการใหม่ๆ แตกต่างไม่ตรงตามใจเหมือนอยู่กับบ้าน
แต่ทุกครั้งที่เรากลับมาอยู่ที่บ้าน เราจะกลับเป็นคนเดิม
กลับมาเป็นเพื่อนบ้าๆ เป็นเพื่อนบอๆกันเหมือนอย่างเก่า
 
มีอะไรหลายๆอย่างเข้ามาเปลี่ยนแปลงพวกเรา แต่พวกเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง
เมื่อก่อนสันดานเราเป็นยังไง ตอนนี้เราก็ยังสันดานอย่างนั้น
 
ชีวิตมัธยมของเรานั้น จบไปประมาณเกือบปีได้แล้ว
ตัวฉันเองกำลังจะจบชั้นปีที่หนึ่ง ใกล้เลื่อนชั้นเข้าสู่ชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัย
เกือบปีที่ผ่านมาก็เจอะเจออะไรมามาก ทั้งที่แปลกประหลาดเกินความคาดหมายและปกติธรรมดา
ฉันได้เรียนรู้อะไรที่ฉันไม่เคยรู้อีกเยอะกับการมาเรียนต่างภูมิภาค
มันให้ฉันคิดถึงบ้านมากขึ้นทุกวัน ทุกวัน
 
คิดถึงคนที่เรารัก คนที่กำลังคิดถึงเรา อยากพบเจอเราที่บ้าน
ตัวฉันก็เหมือนกับชาวประมงที่ออกเล(ออกทะเล)ไปหาปลาที่ไกลฝั่ง
ฉันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ผิวดำหยาบกร้านแตกต่างไปจากเดิม
ฉันจะกลับมาและฉันจะเหมือนเดิม ฉันยังเป็นคนเดิมคนนี้อยู่อย่างเก่า
ฉันจะกลับมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการณ์ออกเลกับเรือแต่ละลำกันกับเพื่อนๆของฉัน
ฉันจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านสักเดือนสองเดือน
 
จากนั้นฉันก็จะออกเรือไปหาปลาต่อ
การจากฝั่งไปของฉันไม่ได้จากไปเพื่อกระดาษแผ่นหนึ่งแผ่นนั้นเพียงอย่างเดียว
แต่ฉันออกจากฝั่งเพื่อไปหาประสบการณ์ที่จะทำให้ฉันเติบโตขึ้นในวันพรุ่งนี้
สิ่งสำคัญที่ฉันตามหาก็คือประสบการ์และวิชาความรู้ที่จะทำให้ฉันพัฒนาตัวเอง
ฉันจะกลับเข้าฝั่งมาพร้อมกับปลาและเรื่องเล่าต่างๆมากมาย นำมาแบ่งปันกันกับพี่น้อง
ฉันจะกลับมาพัฒนาต่อเติมบ้านของฉัน ให้ผองเพื่อนและพี่น้องของฉันมีความสุข
 
แต่ตอนนี้ฉันยังอยู่กลางทะเล
กำหนดวันเวลาที่จะกลับเข้าฝั่งในรอบปีของฉันอาจจะเหลือเพียงแค่อีกสิบกว่าวัน
ทะเลนั้นลึกล้ำและน่ายำเกรง ฉันเคารพและรักทะเล
ซึ่งทะเลก็เปรียบได้กับชีวิต ที่ไม่มีอะไรแน่นอน ต้องสังเกตและระวัง ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเสมอ
ทุกวันท่ามกลางทะเลแห่งชีวิต ฉันต้องดิ้นรนเพื่อการดำเนินชีวิตของฉัน
 
ฉันดีใจที่จะได้กลับบ้าน แต่ก็ทนทุกข์ทรมานกับความคิดถึงบ้านที่เพิ่มทวีมากขึ้นทุกวัน ทุกวัน
 
ฉันใกล้จะได้กลับมายังบ้านที่ฉันคิดถึง หลังจากที่ฉันเฝ้ารอมานานแสนนาน
และฉันก็จะได้กลับไปสักที กลับไปสู่บ้านเกิดเมืองนอน พักผ่อนและเตรียมตัวออกเลอีกครัง
 
 
 
คิดถึงบ้านที่สุดเลย
อลิซ